‘ปตท.’ปัดขายน้ำมันแพง เตรียมเอาผิด’นักเลงคีย์บอร์ด’

‘ปตท.’ ชี้แจงไม่ได้ขายน้ำมันแพงเกินจริง อ้างขายถูกกว่าปั๊มต่างชาติ 9 วัน จากทั้งหมด 50 วัน พร้อมสั่งฝ่ายกฎหมายดำเนินคดี ผู้ส่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ทำให้องค์กรเสียหาย จากรกณี การปรับราคาน้ำมันของปตท. ตามราคาน้ำมันต่างประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้ที่ใช้น้ำมันต่างแสดงความเห็นไปต่าง ๆ นานา โดยมีบางคนและบางกลุ่มโพสต์ข้อความต่อต้นการเติมน้ำมันจากปตท.

ทั้งยังให้ไปเติมน้ำมันกับทางปั๊มที่ปตท.ไม่ได้มีสัดส่วนในการขายน้ำมัน ตลอดจนมีการเผยแพร่คลิปรถยนต์ที่วิ่งเข้าไปในปั๊มน้ำมันปตท. โดยไม่เติมน้ำมันแต่อย่างใด กลับตรงไปยังห้องน้ำของปั๊มเพียงอย่างเดียว เสมือนกับเป็นการแอนตี้การเติมน้ำมันจากปตท. ดังที่ปรากฏตามเหตุการณ์มาแล้วนั้น ความคืบหน้า เมื่อวันที่ นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานาเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ ปตท.อยู่ระหว่างพิจารณาทบทวนปรับประมาณการณ์แนวโน้มราคาน้ำมันตลาดโลกปีนี้ที่อาจจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 60-65 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล จากเดิมคาดไว้อยู่ที่ 55-60 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล หลังจากในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นไปถึง 20% ซึ่งถือว่าเกินความคาดหมาย โดยราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันเปลี่ยนแปลง 24 สตางค์/ลิตร

สำหรับกรณีที่มีกระแสข่าวโจมตีปตท.ขายน้ำมันแพงเกินจริง นายเทวินทร์ กล่าวชี้แจงว่า ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.-28 พ.ค.ที่ผ่านมา ปตท.ปรับขึ้นน้ำมัน 6 ครั้ง จากราคาน้ำมับดิบตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น 20% และปรับราคาขายปลีกน้ำมันลง 1 ครั้ง เป็นผลให้ปตท.ขายน้ำมันในราคาที่ต่ำกว่าปั๊มต่างชาติ 9 วัน จากทั้งหมด 50 วัน สะท้อนว่า ปตท. พยายามดูแลผู้บริโภค ผู้ค้า(ดีลเลอร์) และชุมชนให้อยู่ร่วมกันได้ ทั้งนี้ในปี 2560 ที่ผ่านมา ปตท.มีการราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น 21 ครั้ง ปรับลดลง 21 ครั้ง ซึ่งราคาน้ำมัน ปตท.ตลอดทั้งปี หรือ 365 วันปรากฎว่าปตท. ขายน้ำมันถูกกว่าปั๊มต่างชาติ 20 วัน  ดังนั้นกระแสข่าวดังกล่าวจึงไม่เป็นความจริง และยืนยันว่าปตท.ไม่มีการปรับลดพนักงานแต่อย่างใด แต่กลับมีการดูแลพนักงานเป็นอย่างดีเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน นอกจากนี้ จะให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการกรณีมีการส่งข้อมูลอันเป็นเท็จจริงจนส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อปตท. โดยบุคคลนั้นจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่เกิดขึ้น ยืนยันไม่ได้ทำร้ายใคร แต่เพื่อให้มีความรับผิดชอบและมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนมีการส่งต่อข้อมูลเหล่านี้ นายเทวินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบต่อยอดขาย โดยยอดขายยังมีปัจจัยขึ้นลงตามฤดูกาลอยู่แล้ว แต่ต้องการให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews